อย. ออกประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบการเครื่องสำอาง ต้องผ่านการตรวจสถานที่ผลิตหรือนำเข้าก่อนขอจดแจ้ง ชี้แก้ไขปัญหาการจดแจ้งเป็นเท็จ และช่วยให้ผู้บริโภคได้ใช้เครื่องสำอางที่มีคุณภาพมาตรฐานและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เตือนผู้ประกอบการที่ไม่ประสงค์จะผลิตหรือนำเข้าตามที่เคยจดแจ้งไว้ให้มาขอยกเลิกโดยเร็ว

เภสัชกรสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ไม่ได้กำหนดให้ต้องตรวจสถานที่ผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอางก่อนจดแจ้ง แต่เจ้าหน้าที่จะไปตรวจสอบเฝ้าระวังภายหลังจากที่ได้จดแจ้งไว้ หลังจากใช้มาตรการดังกล่าวพบปัญหาเครื่องสำอางที่มาจดแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ เช่น ไม่มีสถานที่ผลิตจริงตามที่จดแจ้งไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้เครื่องสำอางที่วางจำหน่ายไม่มีคุณภาพมาตรฐาน ที่ผ่านมา อย. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเฝ้าระวังและปราบปรามผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายมาโดยตลอด และเพื่อเป็นการปรับปรุงมาตรการในการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคให้มากขึ้นจึงได้มีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอาง ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2561 โดยได้กำหนดให้สถานที่ผลิตและนำเข้าเครื่องสำอางต้องปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว เช่น กรณีสถานที่ผลิตต้องเหมาะสม ถูกสุขลักษณะที่ดี บุคลากรที่เกี่ยวกับการผลิตต้องมีความรู้ อุปกรณ์การผลิตต้องสะอาดไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนกับผลิตภัณฑ์ต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องสำอาง มีระบบควบคุมของเสีย ส่วนกรณีนำเข้า แหล่งผลิตเครื่องสำอาง ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานตามที่กำหนด เช่น ASEAN GMP , ISO 22716 เป็นต้น ซึ่งทั้งผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องจัดทำฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการเก็บตัวอย่างที่เพียงพอต่อการทดสอบคุณภาพ มีการเก็บหลักฐานในการสืบย้อนกลับ รวมทั้งต้องมีขั้นตอนการจัดการเรื่องร้องเรียน รายงานอันไม่พึงประสงค์จากการใช้เครื่องสำอางของผู้บริโภค และระบบการเรียกคืนสินค้ากรณีเกิดปัญหาใด ๆ ด้วย

ทั้งนี้ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือ ผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางที่มาขอจดแจ้งตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 2561 เป็นต้นไปจะต้องดำเนินการตามประกาศฯ ทันที โดยต้องได้รับการตรวจสอบสถานที่จากเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะจดแจ้งเครื่องสำอางได้ สำหรับผู้ประกอบการรายเดิมที่จดแจ้งไว้แล้ว อย.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจะตรวจสอบสถานประกอบการเครื่องสำอางให้ครบถ้วนภายใน 3 เดือน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561

รองเลขาธิการ ฯ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้ประกอบการเครื่องสำอางที่ไม่ประสงค์ที่จะผลิต/นำเข้า เครื่องสำอางที่จดแจ้งไว้ มายกเลิกเลขที่จดแจ้งโดยเร็ว เพราะหากตรวจพบขณะจดแจ้งไม่มีสถานที่ผลิต/นำเข้าตามที่แจ้งไว้ อาจเข้าข่ายถูกดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยจะเพิกถอนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางและดำเนินการตามกฎหมายทันที